เล่มที่ 17
พระสุตตันตปิฎก
สังยุตตนิกาย ขันธวารวรรค
จาก พระไตรปิฎกฉบับหลวง
นโม ตสฺส ภควโต อรหโต สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส ฯ
“ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น”
หน้าที่ 297
๓๖-๔๐ รูปอสมเปกขณาทิสูตรที่ ๑-๕ เพราะไม่เพ่งในขันธ์ ๕ จึงเกิดทิฏฐิหลายอย่าง
578
พระนครสาวัตถี. ดูกรวัจฉะ เพราะไม่เพ่งในรูป ฯลฯ ในวิญญาณ ฯลฯ
๔๑-๔๕ รูปอัปปัจจเวกขณาทิสูตรที่ ๑-๕ เพราะไม่พิจารณาขันธ์ ๕ จึงเกิดทิฏฐิหลายอย่าง
579
พระนครสาวัตถี. ดูกรวัจฉะ เพราะไม่พิจารณาในรูป ฯลฯ ในวิญญาณ ฯลฯ
๔๖-๕๐ รูปอัปปัจจุปลักขณาทิสูตรที่ ๑-๕ เพราะไม่เข้าไปกำหนดเฉพาะในขันธ์ ๕ จึงเกิดทิฏฐิหลายอย่าง
580
พระนครสาวัตถี. ดูกรวัจฉะ เพราะไม่เข้าไปกำหนดเฉพาะในรูป ฯลฯ ใน วิญญาณ ฯลฯ
๕๑-๕๔ รูปอัปปัจจักขกัมมาทิสูตรที่ ๑-๔ กรรมคือการไม่เห็นเฉพาะในขันธ์ ๕ เป็นเหตุเกิดทิฏฐิหลายอย่าง
581
พระนครสาวัตถี. ครั้งนั้น วัจฉโคตรปริพาชก ได้เข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาค ถึงที่ประทับ ได้ปราศรัยกับพระผู้มีพระภาค ครั้นผ่านการปราศรัยพอให้ระลึกถึงกันไปแล้ว จึง นั่ง ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง. ครั้นแล้วได้ทูลถามพระผู้มีพระภาคว่า ข้าแต่ท่านพระโคดม อะไร หนอเป็นเหตุ เป็นปัจจัย ให้ทิฏฐิหลายอย่างเหล่านี้เกิดขึ้นในโลกว่า โลกเที่ยงบ้าง ฯลฯ สัตว์ เบื้องหน้าแต่ตายแล้วย่อมเกิดอีกก็หามิได้ ย่อมไม่เกิดอีกก็หามิได้บ้าง? พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ดูกรวัจฉะ เพราะกรรมคือการไม่เห็นเฉพาะในรูป ในเหตุเกิด แห่งรูป ในความดับแห่งรูป ในปฏิปทาที่จะให้ถึงความดับแห่งรูป ฯลฯ
582
พระนครสาวัตถี. ดูกรวัจฉะ เพราะกรรมคือการไม่เห็นเฉพาะในเวทนา ฯลฯ
583
พระนครสาวัตถี. ดูกรวัจฉะ เพราะกรรมคือการไม่เห็นเฉพาะในสัญญา ฯลฯ
584
พระนครสาวัตถี. ดูกรวัจฉะ เพราะกรรมคือการไม่เห็นเฉพาะในสังขาร ทั้งหลาย ฯลฯ