เล่มที่ 23
พระสุตตันตปิฎก
อังคุตตรนิกาย สัตตก-อัฏฐก-นวกนิบาต
จาก พระไตรปิฎกฉบับหลวง
นโม ตสฺส ภควโต อรหโต สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส ฯ
“ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น”
หน้า 38-39
40
สมัยหนึ่ง พระผู้มีภาคประทับอยู่ ณ โฆสิตาราม ใกล้พระนครโกสัมพี ครั้งนั้น เป็นเวลาเช้า ท่านพระอานนท์นุ่งแล้วถือบาตรและจีวรเข้าไปบิณฑบาตยังพระนคร โกสัมพี ครั้งนั้นท่านคิดว่า เราจะเที่ยวไปบิณฑบาตในพระนครโกสัมพี ก็ยังเช้านัก อย่ากระนั้น เลย เราควรเข้าไปยังอารามของพวกอัญญเดียรถีย์ปริพาชกเถิด ลำดับนั้นแล ท่านพระอานนท์ เข้าไปยังอารามของพวกอัญญเดียรถีย์ปริพาชก ได้สนทนาปราศรัยกับพวกอัญญเดียรถีย์ปริพาชก ครั้นผ่านการปราศรัยพอให้ระลึกถึงกันไปแล้ว จึงนั่ง ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่งก็สมัยนั้น พวก อัญญเดียรถีย์ปริพาชกกำลังนั่งประชุมสนทนากันว่า ท่านผู้มีอายุทั้งหลาย ท่านผู้ใดผู้หนึ่งประพฤติ พรหมจรรย์บริสุทธิ์บริบูรณ์ครบ ๑๒ ปี ควรจะเรียกว่า ภิกษุผู้นิททสะ ท่านพระอานนท์ไม่ยินดี ไม่คัดค้านคำกล่าวของพวกอัญญเดียรถีย์ปริพาชกเหล่านั้น ครั้นแล้ว ลุกจากอาสนะหลีกไปด้วย ตั้งใจว่าเราจะรู้ทั่วถึงเนื้อความแห่งคำกล่าวของพวกอัญญเดียรถีย์ปริพาชกในสำนัก ของพระผู้มี พระภาค ลำดับนั้น ท่านพระอานนท์ได้เที่ยวบิณฑบาตในพระนครโกสัมพีกลับจากบิณฑบาต ในเวลาปัจฉาภัต เข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคถึงที่ประทับ ถวายอภิวาทแล้วนั่ง ณ ที่ควรส่วน ข้างหนึ่ง ครั้นแล้ว ได้กราบทูลว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ขอประทานพระวโรกาส เวลาเช้า ข้าพระองค์นุ่งแล้วถือบาตรและจีวรเข้าไปบิณฑบาตยังพระนครโกสัมพี ข้าพระองค์ได้คิดว่า เราจะเที่ยวไปบิณฑบาตในพระนครโกสัมพี ก็ยังเช้านัก อย่ากระนั้นเลย เราควรเข้าไปยังอาราม ของพวกอัญญเดียรถีย์ปริพาชก ลำดับนั้น ข้าพระองค์เข้าไปยังอารามของพวกอัญญเดียรถีย์ ปริพาชกได้สนทนาปราศรัยกับพวกอัญญเดียรถีย์ปริพาชก ครั้นผ่านการปราศรัยพอให้ระลึกถึงกัน ไปแล้ว จึงนั่ง ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง ก็สมัยนั้นพวกอัญญเดียรถีย์ปริพาชกกำลังนั่งประชุม สนทนากันว่า ท่านผู้มีอายุทั้งหลายท่านผู้ใดผู้หนึ่งประพฤติพรหมจรรย์บริสุทธิ์ บริบูรณ์ครบ ๑๒ ปี ควรเรียกว่าภิกษุผู้นิททสะ แต่ข้าพระองค์ไม่ยินดี ไม่คัดค้านคำกล่าวของพวกอัญญเดียรถีย์ ปริพาชกเหล่านั้น ครั้นแล้วลุกจากอาสนะหลีกไป ด้วยคิดว่า เราจะรู้ทั่วถึงเนื้อความของภาษิตนี้ ในสำนักของพระผู้มีพระภาค ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ พระองค์อาจหรือหนอ เพื่อทรงบัญญัติภิกษุ ผู้นิททสะ ด้วยเหตุเพียงนับพรรษาอย่างเดียวในธรรมวินัยนี้ ฯ พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ดูกรอานนท์ ไม่มีใครๆ อาจเพื่อบัญญัติภิกษุผู้นิททสะ ด้วย เหตุเพียงนับพรรษาอย่างเดียวในธรรมวินัยนี้ ดูกรอานนท์ วัตถุแห่งนิททสะ ๗ ประการนี้ เรา กระทำให้แจ้งด้วยปัญญาอันยิ่งเอง ประกาศแล้ว๗ ประการเป็นไฉน ดูกรอานนท์ ภิกษุใน ธรรมวินัยนี้ เป็นผู้มีศรัทธา ๑ มีหิริ ๑มีโอตตัปปะ ๑ เป็นพหูสูต ๑ ปรารภความเพียร ๑ มีสติ ๑ มีปัญญา ๑ดูกรอานนท์ วัตถุแห่งนิททสะ ๗ ประการนี้แล เรากระทำให้แจ้งด้วย ปัญญาอันยิ่งเอง ประกาศแล้ว ดูกรอานนท์ ภิกษุผู้ประกอบด้วยวัตถุแห่งนิททสะ ๗ประการ นี้แล ถ้าประพฤติพรหมจรรย์บริสุทธิ์ บริบูรณ์ครบ ๑๒ ปีก็ดี ควรจะเรียกได้ว่า ภิกษุผู้นิททสะ ถ้าประพฤติพรหมจรรย์บริสุทธิ์ บริบูรณ์ครบ ๒๔ปีก็ดี ... ๓๖ ปีก็ดี ... ๔๘ ปีก็ดี ก็ควรจะ เรียกได้ว่า ภิกษุผู้นิททสะ ฯ