เล่มที่ 25
พระสุตตันตปิฎก
ขุททกนิกาย ขุททกปาฐ-ธรรมบท-อุทาน-อิติวุตตกะ-สุตตนิบาต
จาก พระไตรปิฎกฉบับหลวง
นโม ตสฺส ภควโต อรหโต สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส ฯ
“ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น”
หน้าที่ 415
444
๑. อุรคสูตร ๒. ธนิยสูตร ๓. ขัคควิสาณสูตร๔. กสิภารทวาช สูตร ๕. จุนทสูตร ๖. ปราภวสูตร๗. วสลสูตร ๘. เมตตสูตร ๙. เหมวตสูตร ๑๐. อาฬวกสูตร๑๑. วิชยสูตร ๑๒. มุนีสูตร วรรคที่ ๑ นี้มีเนื้อความดีมาก รวมพระสูตรได้ ๑๒ สูตร พระผู้มีพระ ภาคผู้มีพระจักษุหามลทินมิได้ ทรงจำแนกแสดงไว้ดีแล้ว บัณฑิต ทั้งหลายได้สดับกันมาว่าอุรควรรค ฯ ๑. รตนสูตร ๒. อามคันธสูตร ๓. หิริสูตร ๔. มังคลสูตร ๕. สุจิโลมสูตร ๖. ธรรมจริยสูตร ๗. พราหมณธรรมมิกสูตร ๘. นาวาสูตร ๙. กึสีลสูตร ๑๐. อุฏฐานสูตร๑๑. ราหุลสูตร ๑๒. วังคีสสูตร ๑๓. สัมมาปริพพาชนียสูตร๑๔. ธรรมิกสูตร วรรคที่ ๒ นี้รวมพระสูตรได้ ๑๔ สูตรพระผู้มีพระภาคทรงจำแนกไว้ ดีแล้ว ในวรรคที่ ๒ นั้นบัณฑิตทั้งหลายกล่าววรรคที่ ๒ นั้นว่า จุฬกวรรค ฯ ๑. ปัพพัชชาสูตร ๒. ปธานสูตร ๓. สุภาษิตสูตร๔. สุนทริกสูตร ๕. มาฆสูตร ๖. สภิยสูตร ๗. เสลสูตร๘. สัลลสูตร ๙. วาเสฏฐ สูตร ๑๐. โกกาลิกสูตร๑๑. นาลกสูตร ๑๒. ทวยตานุปัสสนาสูตร วรรคที่ ๓ นี้รวมพระสูตรได้ ๑๒ สูตร พระผู้มีพระภาคทรงจำแนกไว้ ดีแล้วในวรรคที่ ๓ บัณฑิตได้สดับกันมามีชื่อว่า มหาวรรค ฯ ๑. กามสูตร ๒. คุหัฏฐกสูตร ๓. ทุฏฐัฏฐกสูตร๔. สุทธัฏฐกสูตร ๕. ปรมัฏฐกสูตร ๖. ชราสูตร๗. ติสสเมตเตยยสูตร ๘. ปสูรสูตร ๙. มาคันทิยสูตร๑๐. ปุราเภทสูตร ๑๑. กลหวิวาทสูตร ๑๒. จูฬวิยูห สูตร๑๓. มหาวิยูหสูตร ๑๔. ตุวฏกสูตร ๑๕. อัตตทัณฑสูตร ๑๖. สาริปุตตสูตร วรรคที่ ๔ นี้รวมพระสูตรได้ ๑๖ สูตรพระผู้มีพระ ภาคทรงจำแนกไว้ดีแล้วในวรรคที่ ๔ บัณฑิตทั้งหลายกล่าววรรคที่ ๔ นั้น ว่า อัฏฐกวรรค ฯ พระผู้มีพระภาคผู้ประเสริฐในคณะ ประทับอยู่ ณ ปาสาณกเจดีย์อัน ประเสริฐ อันบุคคลตกแต่งไว้ดีแล้ว ในมคธชนบทเป็นรัมณียสถาน เป็นประเทศอันสวยงาม เป็นที่อยู่อาศัยแห่งบุคคลผู้มีบุญอันได้กระทำ ไว้แล้ว อนึ่ง ได้ยินว่า พระผู้มีพระภาคอันพราหมณ์ ๑๖ คน ทูลถาม ปัญหาแล้ว ได้ทรงประกาศประทานธรรมกะชนทั้งสองพวกผู้มาประชุม กันเต็มที่ณ ปาสาณกเจดีย์ ในบริษัทประมาณ ๑๒ โยชน์ เพราะการ ถามโสฬสปัญหา พระผู้มีพระภาคผู้ทรงชนะ ผู้เลิศกว่าสัตว์ได้ทรง แสดงธรรมอันประกาศอรรถบริบูรณ์ด้วยพยัญชนะเป็นที่เกิดความเกษม อย่างยิ่ง เพื่อประโยชน์เกื้อกูลแก่โลกพระผู้มีพระภาคผู้เลิศกว่าสัตว์ ได้ทรงแสดงพระสูตรอันวิจิตรด้วยธรรมเป็นอันมาก เป็นเหตุให้ปลด เปลื้องกิเลสทั้งปวงได้ทรงแสดงพระสูตร อันประกอบด้วยบทแห่ง พยัญชนะ และอรรถ มีความเปรียบเทียบซึ่งหมายรู้กันแล้วด้วยอักขระ อันมั่นคง เป็นส่วนแห่งความแจ่มแจ้งแห่งวิจารณญาณของโลกพระ ผู้มีพระภาคผู้เลิศกว่าสัตว์ ได้ทรงแสดงพระสูตรอันไม่มีมลทินเพราะ มลทินคือราคะ มลทินคือโทสะ มลทินคือโมหะเป็นส่วนแห่งธรรม ปราศจากมลทิน เป็นส่วนแห่งความแจ่มแจ้งแห่งวิจารณญาณของโลก ได้ทรงแสดงพระสูตรอันประเสริฐ อันไม่มีมลทินเพราะมลทินคือกิเลส มลทินคือทุจริต เป็นส่วนแห่งธรรมปราศจากมลทิน เป็นส่วนแห่งความ แจ่มแจ้งแห่งวิจารณญาณของโลก ได้ทรงแสดงพระสูตรอันประเสริฐ เป็นเหตุปลดเปลื้องอาสวะ กิเลสเป็นเครื่องผูกกิเลสเป็นเครื่อง ประกอบ นิวรณ์ และมลทินทั้ง ๓ ของโลกนั้น พระผู้มีพระภาคผู้เลิศ กว่าสัตว์ ได้ทรงแสดงพระสูตรอันประเสริฐหามลทินมิได้ เป็นเครื่อง บรรเทาความเศร้าหมองทุกอย่าง เป็นเครื่องคลายความกำหนัด ไม่มี ความหวั่นไหว ไม่มีความโศก เป็นธรรมอันละเอียด ประณีตและเห็น ได้ยาก ได้ทรงแสดงพระสูตรอันประเสริฐ อันหักรานราคะและโทสะ ให้สงบ เป็นเครื่องตัดกำเนิด ทุคติ วิญญาณ ๕ความยินดีในพื้นฐาน คือ ตัณหา เป็นเครื่องต้านทานและเป็นเครื่องพ้น ได้ทรงแสดงพระ สูตรอันประเสริฐ ลึกซึ้งเห็นได้ยากและละเอียดอ่อน มีอรรถอันละเอียด บัณฑิตควรรู้แจ้งเป็นส่วนแห่งความแจ่มแจ้งแห่งวิจารณญาณของโลก ได้ทรงแสดงพระสูตรอันประเสริฐ ดุจดอกไม้เครื่องประดับอันยั่งยืน ๙ ชนิด อันจำแนกอินทรีย์ ฌานและวิโมกข์ มีมรรคมีองค์ ๘เป็นยาน อย่างประเสริฐ พระผู้มีพระภาคผู้เลิศกว่าสัตว์ ได้ทรงแสดงพระสูตร อันประเสริฐ ปราศจากมลทิน บริสุทธิ์เปรียบด้วยห้วงน้ำวิจิตรด้วย รตนะ เสมอด้วยดอกไม้ มีเดชอันเปรียบด้วยพระอาทิตย์ พระผู้มีพระ ภาคผู้เลิศกว่าสัตว์ได้ทรงแสดงพระสูตรอันประเสริฐ ปลอดโปร่ง เกษม ให้สุขเย็นสงบ มีประโยชน์อย่างยิ่งในการต่อต้านมัจจุ เป็น เหตุให้เห็นนิพพานอันดับกิเลสสนิทดีแล้วของโลกนั้น ฯ จบสุตตนิบาต
จบปารายนวรรคที่ ๕