เล่มที่ 26
พระสุตตันตปิฎก
ขุททกนิกาย วิมาน-เปตวัตถุ เถระ-เถรีคาถา
จาก พระไตรปิฎกฉบับหลวง
นโม ตสฺส ภควโต อรหโต สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส ฯ
“ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น”
หน้าที่ 390
เถรีคาถา ติกนิบาต ว่าด้วยคาถาสุภาษิต ในติกนิบาต ๑. อัญญตรสามาเถรีคาถา สุภาษิตชี้ผลการระลึกถึงคำสอน
430
ตั้งแต่เราบวชแล้วตลอดเวลา ๒๕ ปี เราไม่รู้สึกว่าได้ความสงบจิตใน กาลไหนๆ เลย เรามีปกติไม่ยังจิตให้เป็นไปในอำนาจ จึงไม่ได้ความ สงบใจ เราระลึกถึงคำสอนแห่งพระชินเจ้าแล้ว ยังความสังเวชให้เกิด ขึ้น เราผู้อันทุกข์เป็นอันมากถูกต้องแล้ว ยินดีในความไม่ประมาท บรรลุ ความสิ้นตัณหาแล้ว ได้ทำคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าเสร็จแล้ว ตั้งแต่ เราทำตัณหาให้เหือดแห้งไปแล้ว วันนี้เป็นวันที่ ๗. ๒. อุตตมาเถรีคาถา สุภาษิตชี้ผลการฟังธรรม
431
เรามีปกติไม่ยังจิตให้อยู่ในอำนาจ จึงไม่ได้ความสงบจิต ออกไปจาก วิหารสี่ห้าครั้ง เราเข้าไปหาพระภิกษุณีผู้มีวาจาอันเราพึงเชื่อถือได้ พระ ภิกษุณีนั้นได้แสดงธรรม คือ ขันธ์ อายตนะ และธาตุ แก่เรา เราฟัง ธรรมของท่านแล้ว ปฏิบัติตามโอวาทที่ท่านพร่ำสอน เป็นผู้เอิบอิ่ม ด้วยสุขอันเกิดจากปีติ นั่งอยู่โดยบัลลังก์อันเดียวตลอด ๗ วัน เราทำ ลายกองแห่งความมืดแล้ว จึงเหยียดเท้าออกในวันที่ ๘. ๓. อัญญตราอุตตมาเถรีคาถา สุภาษิตแสดงผลการเจริญโพชฌงค์ ๗
432
โพชฌงค์ ๗ ประการนี้ เป็นหนทางแห่งการบรรลุนิพพาน เราเจริญ แล้วทั้งหมด ตามที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงแล้ว เรามีปกติได้สุญญตสมา บัติและอนิมิตตสมาบัติตามปรารถนา เราเป็นธิดาผู้เกิดแต่พระอุระ ของพระพุทธเจ้า ยินดีแล้วในนิพพานทุกเมื่อ กามทั้งปวง ทั้งเป็นของทิพย์และเป็นของมนุษย์ เราก็ตัดขาดแล้ว ชาติสงสารสิ้นแล้ว บัดนี้ ภพใหม่มิได้มี.