เล่มที่ 26
พระสุตตันตปิฎก
ขุททกนิกาย วิมาน-เปตวัตถุ เถระ-เถรีคาถา
จาก พระไตรปิฎกฉบับหลวง
นโม ตสฺส ภควโต อรหโต สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส ฯ
“ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น”
หน้าที่ 396
๓. สีหาเถรีคาถา สุภาษิตชี้โทษกามราคะ
441
เมื่อก่อนเราเป็นผู้ถูกกามราคะเบียดเบียน มีจิตฟุ้งซ่าน จึงทำจิตให้อยู่ ในอำนาจไม่ได้ เพราะไม่มนสิการโดยอุบายอันแยบคาย เป็นผู้อันกิเลส ทั้งหลายกลุ้มรุมแล้ว มีปกติเป็นไปตามความเข้าใจในกามคุณว่าเป็นสุข ตกอยู่ในอำนาจแห่งจิตอันสัมปยุตด้วยราคะ จึงไม่ได้ความสงบแห่งจิต เราจึงเป็นผู้ผอมเหลือง มีผิวพรรณไม่ผ่องใสอยู่ตลอด ๗ ปี เราเป็นผู้ อันทุกข์ครอบงำแล้ว ไม่ได้ความสบายใจทั้งกลางวันกลางคืน เพราะ เหตุนั้น เราจึงถือเอาเชือกเข้าไปสู่ราวป่า ด้วยคิดว่า จะผูกคอตายเสียใน ที่นี้ ดีกว่าที่จะกลับไปสู่ความเป็นคฤหัสถ์อีก พอเราทำบ่วงให้มั่นคง ผูกที่กิ่งไม้แล้ว สวมบ่วงที่คอ ในทันใดนั้น จิตของเราก็หลุดพ้นจาก อาสวะกิเลสทั้งหลาย.
๔. นันทาเถรีคาถา สุภาษิตสอนตน
442
ดูกรนางนันทา ท่านจงดูร่างกายอันกระสับกระส่าย ไม่สะอาด เปื่อยเน่า จงอบรบจิตให้ตั้งมั่นด้วยดี มีอารมณ์เป็นหนึ่งด้วยอสุภสัญญา ร่างกายนี้ฉันใด ร่างกายของท่านก็ฉันนั้น ร่างกายของท่านนั้นฉันใด ร่างกายนี้ก็ฉันนั้น ร่างกายเป็นของเปื่อยเน่า มีกลิ่นเหม็นฟุ้งไป อัน พวกชนพาลปรารถนากันยิ่งนัก เมื่อท่านพิจารณาร่างกายนี้อย่างนี้ ไม่ เกียจคร้านทั้งกลางวันกลางคืน แทงตลอดแล้ว จักเห็นด้วยปัญญาของ ตนได้ เมื่อเราเป็นผู้ไม่ประมาท ค้นคว้าอยู่โดยอุบายอันแยบคาย จึง เห็นกายนี้ทั้งภายในและภายนอกตามความเป็นจริง ทีนั้นเราจึงเบื่อหน่าย ในกายและคลายความกำหนัดในภายใน เป็นผู้ไม่ประมาท ไม่เกาะเกี่ยว ในสิ่งอะไร เป็นผู้สงบระงับดับสนิทแล้ว.