เล่มที่ 26

พระสุตตันตปิฎก

ขุททกนิกาย วิมาน-เปตวัตถุ เถระ-เถรีคาถา

จาก พระไตรปิฎกฉบับหลวง

นโม ตสฺส ภควโต อรหโต สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส ฯ

“ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น”

หน้าที่ 397

๕. นันทุตตราเถรีคาถา สุภาษิตชี้โทษการถือผิด
443
เมื่อก่อนเราไหว้ไฟ พระจันทร์ พระอาทิตย์และเทวดา ไปสู่ท่าน้ำ แล้วลงดำน้ำ เราสมาทานวัตรเป็นอันมาก โกนศีรษะเสียครึ่งหนึ่ง นอน แผ่นดิน ไม่กินข้าวในกลางคืน แต่ยินดีในการประดับตบแต่ง บำรุง ร่างกายนี้ ด้วยกายอาบน้ำ และนวดฟั่นขัดสี เป็นผู้ถูกกามราคะครอบ แล้ว ต่อมาเราได้ศรัทธาในพระศาสนา ออกบวชเป็นบรรพชิต เรา พิจารณาเห็นกายตามความเป็นจริงแล้ว จึงถอนกามราคะเสียได้ ตัดภพ ความอยาก และความปรารถนาทั้งปวง ไม่เกาะเกี่ยวด้วยกิเลสเครื่อง ประกอบทุกอย่าง บรรลุถึงความสงบใจแล้ว.
๖. มิตตกาลีเถรีคาถา สุภาษิตชี้โทษการติดลาภสักการะ
444
เราออกบวชเป็นบรรพชิตด้วยศรัทธา แต่เป็นรู้ขวนขวายในลาภสัก การะ ประพฤติพรหมจรรย์ด้วยการมุ่งลาภ เป็นเหตุละประโยชน์อันเยี่ยม แล้ว ถือเอาประโยชน์อันเลว เราตกอยู่ในอำนาจของกิเลส ไม่ยินดี ประโยชน์ของความเป็นสมณะ เมื่อเรานั่งในที่อยู่ ได้เกิดความสังเวช ว่า เราเป็นผู้เดินทางผิดเสียแล้ว จึงตกอยู่ในอำนาจของตัณหา ชีวิต ของเราเป็นของน้อย ถูกชราและพยาธิย่ำยีอยู่เป็นนิตย์ กายนี้ย่อมทำลาย ไปก่อน เวลานี้เราไม่ควรประมาท เมื่อเราพิจารณาเห็นความเกิดขึ้น และความเสื่อมไปของขันธ์ทั้งหลาย ตามความเป็นจริง จึงมีจิตหลุดพ้น จากภพ ๓ คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าเราทำเสร็จแล้ว.
๗. สกุลาเถรีคาถา สุภาษิตชี้ผลการฟังธรรม
445
เมื่อเรายังอยู่ในเรือน ได้ฟังธรรมของภิกษุรูปหนึ่ง ได้เห็นนิพพาน อันเป็นธรรมปราศจากธุลี เป็นทางเครื่องถึงความสุข ไม่จุติต่อไป เราจึงละบุตร ธิดา ทรัพย์ และธัญชาติ โกนผมออกบวชเป็นบรรพชิต เราศึกษาทางสงบใจอยู่ เจริญมรรคชั้นสูง จึงละราคะ โทสะ และ อาสวะทั้งหลายอันกล้าแข็งกว่าราคะโทสะนั้นได้ เราอุปสมบทเป็น ภิกษุณีแล้ว ระลึกถึงชาติก่อนได้ ชำระทิพยจักษุให้บริสุทธิ์หมดมลทิน อบรมแล้วด้วยดี เราเห็นสังขารทั้งหลาย โดยความเป็นอนัตตา เป็น ของเกิดแต่เหตุ มีอันทรุดโทรมไปเป็นสภาพ แล้วละอาสวะทั้งปวง เป็นผู้มีความเย็นใจ ดับสนิทแล้ว.
หน้าที่ 397 เล่มที่ 26 | พระสุตตันตปิฎก