เล่มที่ 29
พระสุตตันตปิฎก
ขุททกนิกาย มหานิทเทส
จาก พระไตรปิฎกฉบับหลวง
นโม ตสฺส ภควโต อรหโต สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส ฯ
“ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น”
หน้าที่ 137
238
คำว่า บุคคลนั้น ... ในโลก เหมือนยวดยานที่หมุนไป ฉะนั้น มีความว่า ยาน คือ ยานช้าง ยานม้า ยานโค ยานแพะ ยานแกะ ยานอูฐ ยานลา ที่หมุนไป คือ ที่เขามิได้ฝึกหัด มิได้ฝึกฝน มิได้อบรม ย่อมแล่นไปผิดทาง ย่อมขึ้นบนตอไม้บ้าง กองหินบ้าง ที่ไม่เรียบร้อย ทำลายอวัยวะผู้ขึ้นขับขี่บ้าง ตกไปในเหวบ้าง ยานนั้นที่หมุนไป คือ ที่เขามิได้ฝึกหัด มิได้ฝึกฝน มิได้อบรม ย่อมแล่นไปผิดทาง ฉันใด บุคคลนั้น หมุนไปผิด เปรียบเหมือนยานที่หมุนไป ย่อมถือทางผิด คือ ถือมิจฉาทิฏฐิ ฯลฯ ถือมิจฉาสมาธิ ก็ฉันนั้น. ยานนั้นที่หมุนไป คือ ที่เขามิได้ ฝึกหัด มิได้ฝึกฝน มิได้อบรม ย่อมขึ้นไปบนตอไม้บ้าง กองหินบ้าง ที่ไม่เรียบร้อย ฉันใด บุคคลนั้นหมุนไปผิดเปรียบเหมือนยานที่หมุนไป ย่อมขึ้นสู่กายกรรม วจีกรรม มโนกรรม ปาณาติบาต อทินนาทาน กาเมสุมิจฉาจาร มุสาวาท ปิสุณาวาจา ผรุสวาจา สัมผัปปลาปะ อภิชฌา พยาบาท มิจฉาทิฏฐิ สังขาร กามคุณ ๕ นิวรณ์ อันไม่เสมอ ฉะนั้น. ยานนั้นที่หมุนไป คือ ที่เขามิได้ฝึกหัด มิได้ฝึกฝน มิได้อบรม ย่อมทำลายอวัยวะผู้ขับขี่บ้าง ฉันใด บุคคลนั้นหมุนไปผิด เปรียบเหมือน ยานที่หมุนไป ย่อมทำลายตนในนรก ทำลายตนในกำเนิดสัตว์ดิรัจฉาน ทำลายตนในวิสัยแห่งเปรต ทำลายตนในมนุษยโลก ทำลายตนในเทวโลก ฉันนั้น. ยานนั้นที่หมุนไป คือ ที่เขามิได้ฝึกฝน มิได้ฝึกหัด มิได้อบรม ย่อมตกเหวบ้าง ฉันใด บุคคลนั้นหมุนไปผิด เปรียบเหมือนยานที่หมุนไป ย่อมตกไปสู่เหวคือชาติบ้าง ตกไปสู่เหวคือชราบ้าง ตกไปสู่เหวคือพยาธิบ้าง ตกไปสู่เหวคือ มรณะบ้าง ตกไปสู่เหวคือโสกะ ปริเทวะ ทุกข์ โทมนัส และอุปายาสบ้าง ฉันนั้น. คำว่า ในโลก คือ ในอบายโลก ฯลฯ มนุษยโลก เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่า ซึ่งบุคคลนั้น ... ในโลก เหมือนยานที่หมุนไป ฉะนั้น.
239
คำว่า บัณฑิตทั้งหลายกล่าวว่า เป็นปุถุชนคนเลว มีความว่า ชื่อว่าปุถุชน เพราะ อรรถว่าอย่างไร? เพราะอรรถว่า ยังกิเลสอันหนาแน่นให้เกิด เพราะอรรถว่า มีสักกายทิฏฐิที่ยัง ไม่ได้กำจัดอันหนาแน่น เพราะอรรถว่า ปฏิญาณต่อศาสดามาก เพราะอรรถว่า อันคติทั้งปวงร้อยไว้ มาก เพราะอรรถว่า ผู้อันอภิสังขารต่างๆ ปรุงแต่งไว้มาก เพราะอรรถว่า ผู้ลอยไปตามโอฆกิเลส ต่างๆ มาก เพราะอรรถว่า ผู้เร่าร้อนด้วยความเร่าร้อนต่างๆ มาก เพราะอรรถว่า ผู้กำหนัด ปรารถนา ยินดี ติดใจ ลุ่มหลง ข้องเกี่ยว พัวพัน ในเบญจกามคุณมาก และเพราะอรรถว่า อันนิวรณ์ ๕ ร้อยรัด ปกคลุม หุ้มห่อ ปิดบัง ครอบงำไว้มาก. คำว่า บัณฑิตทั้งหลายกล่าวว่า เป็นปุถุชนคนเลว มีความว่า บัณฑิตทั้งหลายกล่าว ได้กล่าว บอก พูด แสดง แถลงอย่างนี้ว่า เป็นปุถุชน คนเลว ทราม ต่ำช้า ลามก สกปรก ต่ำต้อย เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่า บัณฑิตทั้งหลาย กล่าวว่า เป็นปุถุชนคนเลว. เพราะเหตุนั้น พระผู้มีพระภาคจึงตรัสว่า บุคคลใด เป็นผู้เดียวเที่ยวไปในเบื้องต้น (ภายหลัง) ย่อมซ่องเสพเมถุน ธรรม บัณฑิตทั้งหลายกล่าวบุคคลนั้นว่า เป็นปุถุชนผู้เลวในโลก เหมือนยานหมุนไป ฉะนั้น.