เล่มที่ 29
พระสุตตันตปิฎก
ขุททกนิกาย มหานิทเทส
จาก พระไตรปิฎกฉบับหลวง
นโม ตสฺส ภควโต อรหโต สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส ฯ
“ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น”
หน้าที่ 277
556
คำว่า กล่าวยืนยัน ในคำว่า เป็นผู้อ้างตนว่าเป็นผู้ฉลาด กล่าวยืนยันสัจจะ หลายอย่าง ความว่า พูดพร่ำมากไป จึงชื่อว่ากล่าวยืนยันบ้าง. อีกอย่างหนึ่ง สมณพราหมณ์ เหล่านั้น ย่อมกล่าวยืนยัน คือ บอก พูด แสดง แถลง ซึ่งทิฏฐิของตนๆ ว่า โลกเที่ยง สิ่งนี้แหละจริง สิ่งอื่นเปล่า โลกไม่เที่ยง ฯลฯ สัตว์เบื้องหน้าแต่ตายไปย่อมเป็นอีกก็หามิได้ ย่อมไม่เป็นอีกก็หามิได้ สิ่งนี้แหละจริง สิ่งอื่นเปล่า. คำว่า เป็นผู้อ้างตนว่าเป็นผู้ฉลาด คือ กล่าวว่าตนฉลาด กล่าวว่าตนเป็นบัณฑิต กล่าวว่าตนเป็นธีชน กล่าวว่าตนเป็นผู้มีญาณ กล่าว ว่าตนพูดโดยเหตุ กล่าวว่าตนพูดโดยลักษณะ กล่าวว่าตนพูดโดยการณ์ กล่าวว่าตนพูดโดยฐานะ โดยลัทธิของตน เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่า เป็นผู้อ้างตนว่าเป็นผู้ฉลาดกล่าวยืนยัน.
557
คำว่า สัจจะที่พวกสมณพราหมณ์ฟังมาแล้ว เป็นสัจจะมากอย่างต่างๆ กัน ความว่า สัจจะที่พวกสมณพราหมณ์ฟังมาแล้ว เป็นสัจจะมากต่างๆ หลายอย่างอื่นๆ เป็นอันมาก เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่า สัจจะที่พวกสมณพราหมณ์ฟังมาแล้ว เป็นสัจจะหลายอย่างต่างๆ กัน.
558
คำว่า หรือว่าสมณพราหมณ์เหล่านั้นย่อมระลึกตรึกเอาเอง ความว่า หรือว่า สมณพราหมณ์เหล่านั้นย่อมดำเนินไป เลื่อนไป เคลื่อนไป เป็นไป ด้วยความตรึก ด้วยความ ตรอง ด้วยความดำริ แม้ด้วยเหตุอย่างนี้ดังนี้ จึงชื่อว่า หรือว่าสมณพราหมณ์เหล่านั้นย่อมระลึก ตรึกเอาเอง. อีกอย่างหนึ่ง สมณพราหมณ์เหล่านั้นย่อมกล่าว บอก พูด แสดง แถลง ซึ่งสัจจะ ที่ตนรวบรวมมาด้วยความตรึก ที่ตนคิดกันด้วยความพิจารณา ที่ตนรู้ แม้ด้วยเหตุอย่างนี้ ดังนี้ จึง ชื่อว่า หรือว่าสมณพราหมณ์เหล่านั้น ย่อมระลึกตรึกเอาเอง. เพราะเหตุนั้น พระพุทธนิมิตนั้น จึงตรัสถามว่า เพราะเหตุไหนหนอ? พวกสมณพราหมณ์จึงกล่าวสัจจะไปต่างๆ คือ เป็นผู้อ้างตนว่าเป็นผู้ฉลาด ยืนยันสัจจะหลายอย่าง ก็สัจจะที่พวก สมณพราหมณ์ฟังมาแล้ว เป็นสัจจะหลายอย่างต่างๆ กัน หรือว่า สมณพราหมณ์เหล่านั้นย่อมระลึกตรึกเอาเอง.