เล่มที่ 30

พระสุตตันตปิฎก

ขุททกนิกาย จูฬนิทเทส

จาก พระไตรปิฎกฉบับหลวง

นโม ตสฺส ภควโต อรหโต สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส ฯ

“ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น”

หน้าที่ 278

701
ถ้าพึงได้สหายผู้มีปัญญา ผู้เที่ยวไปด้วยกัน มีปกติอยู่ด้วย กรรมดี เป็นนักปราชญ์ ครอบงำอันตรายทั้งปวงแล้ว พึง ปลื้มใจ มีสติเที่ยวไปกับสหายนั้น.
702
คำว่า ถ้าพึงได้สหายผู้มีปัญญา ความว่า ถ้าพึงได้ คือ พึงได้เฉพาะ พึงประสบ พึงพบ ซึ่งสหายผู้มีปัญญา คือ เป็นบัณฑิต มีความรู้ มีความตรัสรู้ มีญาณ มีปัญญาแจ่มแจ้ง มีปัญญาทำลายกิเลส เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่า ถึงพึงได้สหายผู้มีปัญญา.
703
คำว่า เที่ยวไปด้วยกัน ในอุเทศว่า สทฺธึจรํ สาธุวิหาริ ธีรํ ดังนี้ ความว่า เที่ยวไปร่วมกัน. คำว่า มีปกติอยู่ด้วยกรรมดี ความว่า อยู่ด้วยกรรมดีแม้ด้วยปฐมฌาน แม้ด้วยทุติยฌาน แม้ด้วยตติยฌาน แม้ด้วยจตุตถฌาน อยู่ด้วยกรรมดี แม้ด้วยเมตตาเจโตวิมุติ แม้ด้วยกรุณา เจโตวิมุติ แม้ด้วยมุทิตาเจโตวิมุติ แม้ด้วยอุเบกขาเจโตวิมุติ อยู่ด้วยกรรมดีแม้ด้วยอาวาสานัญ จายตนสมาบัติ แม้ด้วยวิญญาณัญจายตนสมาบัติ แม้ด้วยอากิญจัญญายตนสมาบัติ แม้ด้วย เนวสัญญานาสัญายตนสมาบัติ อยู่ด้วยกรรมดีแม้ด้วยนิโรธสมาบัติ อยู่ด้วยกรรมดีแม้ด้วย ผลสมาบัติ. คำว่า เป็นนักปราชญ์ คือ เป็นผู้มีปัญญาทรงจำ เป็นบัณฑิต มีความรู้ มีความตรัสรู้ มีญาณ มีปัญญาแจ่มแจ้ง มีปัญญาทำลายกิเลส เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่า ผู้เที่ยวไปด้วยกัน มีปกติอยู่ด้วยกรรมดี เป็นนักปราชญ์.
704
ชื่อว่า อันตราย ในอุเทศว่า อภิภุยฺย สพฺพานิ ปริสฺสยานิ ดังนี้ ได้แก่ อันตราย ๒ อย่าง คือ อันตรายปรากฏ ๑ อันตรายปกปิด ๑. ฯลฯ เหล่านี้ ท่านกล่าวว่า อันตรายปรากฏ. ฯลฯ เหล่านี้ท่านกล่าวว่า อันตรายปกปิด. คำว่า ครอบงำอันตรายทั้งปวงแล้ว ความว่า ครอบงำ ย่ำยี ท่วมทับ กำจัดอันตราย ทั้งปวงแล้ว เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่า ครอบงำอันตรายทั้งปวงแล้ว.
705
คำว่า พึงปลื้มใจมีสติเที่ยวไปกับสหายนั้น ความว่า พระปัจเจกสัมพุทธเจ้านั้น พึงเป็นผู้ปลื้มใจ มีใจยินดี มีใจร่าเริง มีใจชื่นชม มีใจปีติกล้า มีใจเบิกบาน เที่ยวไป เที่ยวไปทั่ว ผลัดเปลี่ยนอิริยาบถ รักษา บำรุง เยียวยา ไปกับสหายผู้มีปัญญา คือ เป็นบัณฑิต มีความรู้ มีความตรัสรู้ มีญาณ มีปัญญาแจ่มแจ้ง มีปัญญาทำลายกิเลสนั้น เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่าพึงปลื้มใจเที่ยวไปกับสหายนั้น. คำว่า มีสติ ความว่า พระปัจเจกสัมพุทธเจ้านั้น เป็นผู้มีสติ คือ ประกอบด้วยสติ แก่กล้าอย่างยิ่ง เป็นผู้ระลึก ตามระลึกได้ซึ่งกรรมที่ทำ และคำที่พูดแล้วแม้นานได้ เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่า พึงเป็นผู้ปลื้มใจมีสติเที่ยวไปกับสหายนั้น. เพราะเหตุนั้น พระปัจเจกสัมพุทธเจ้านั้น จึงกล่าวว่า ถ้าพึงได้สหายผู้มีปัญญา ผู้เที่ยวไปด้วยกัน มีปกติอยู่ด้วย กรรมดี เป็นนักปราชญ์ ครอบงำอันตรายทั้งปวงแล้ว พึงปลื้มใจมีสติเที่ยวไป กับสหายนั้น.
หน้าที่ 278 เล่มที่ 30 | พระสุตตันตปิฎก