เล่มที่ 30

พระสุตตันตปิฎก

ขุททกนิกาย จูฬนิทเทส

จาก พระไตรปิฎกฉบับหลวง

นโม ตสฺส ภควโต อรหโต สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส ฯ

“ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น”

หน้าที่ 301

752
ควรคบมิตรผู้เป็นพหูสูต ผู้ทรงธรรม มีคุณยิ่ง มีปฏิภาณ รู้จักประโยชน์ทั้งหลายแล้ว กำจัดความสงสัยเสีย พึงเที่ยว ไปผู้เดียวเหมือนนอแรด ฉะนั้น.
753
คำว่า ผู้เป็นพหูสูต ในอุเทศว่า พหุสฺสุตํ ธมฺมธรํ ภเชถ ดังนี้ ความว่า เป็นผู้ได้สดับมาก เป็นผู้ทรงธรรมที่ได้สดับมาแล้ว สั่งสมธรรมที่ได้สดับมาแล้ว คือ ธรรม เหล่าใดงามในเบื้องต้น งามในท่ามกลาง งามในที่สุด พร้อมทั้งอรรถพร้อมทั้งพยัญชนะ ประกาศ พรหมจรรย์บริสุทธิ์บริบูรณ์สิ้นเชิง ธรรมเห็นปานนั้น เป็นธรรมที่มิตรนั้นสดับมาก ทรงจำไว้ คล่องปาก ขึ้นใจ แทงตลอดด้วยดีด้วยทิฏฐิ. คำว่า ธมฺมธรํ ความว่า ผู้ทรงธรรม คือ สุตตะ เคยยะ ไวยากรณ์ คาถา อุทาน อิติวุตตกะ ชาดก อัพภูตธรรม เวทัลละ. คำว่า ควรคบมิตรเป็นพหูสูต ผู้ทรงธรรม ความว่า ควรคบ ควรเสพ ควรเข้าไป เสพ ควรร่วมเสพ ควรส้องเสพ ซึ่งมิตรผู้เป็นพหูสูตและผู้ทรงธรรม เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่า ควรคบมิตรผู้เป็นพหูสูต ผู้ทรงธรรม.
754
มิตรเป็นผู้ยิ่งด้วยศีล สมาธิ ปัญญา วิมุติ วิมุตติญาณทัสสนะ ในอุเทศว่า มิตฺตํ อุฬารํ ปฏิภาณวนฺตํ ดังนี้. บุคคลผู้มีปฏิภาณ ในคำว่า ปฏิภาณวนฺตํ นี้ มี ๓ ประเภท คือ ผู้มีปฏิภาณเพราะ อาศัยปริยัติ ๑ ผู้มีปฏิภาณเพราะอาศัยปริปุจฉา ๑ ผู้มีปฏิภาณโดยการบรรลุ ๑. บุคคลผู้มีปฏิภาณเพราะอาศัยปริยัติเป็นไฉน? บุคคลบางคนในโลกนี้ เล่าเรียน พระพุทธพจน์ คือ สุตตะ เคยยะ ไวยากรณ์ คาถา อุทาน อิติวุตตกะ ชาดก อัพภูตธรรม เวทัลละ. พระพุทธวจนะย่อมแจ่มแจ้งแก่บุคคลนั้น เพราะอาศัยการเล่าเรียน. บุคคลนี้ชื่อว่า ผู้มีปฏิภาณเพราะอาศัยปริยัติ. บุคคลผู้มีปฏิภาณเพราะอาศัยปริปุจฉาเป็นไฉน? บุคคลบางคนในโลกนี้ เป็นผู้ไต่ถาม ในอรหัตผล ในอริยมรรคมีองค์ ๘ ในอนิจจตาทิลักษณะ ในเหตุ ในฐานะและอฐานะ. พระพุทธพจน์ ย่อมแจ่มแจ้งแก่บุคคลนั้น เพราะอาศัยการไต่ถาม. บุคคลนี้ชื่อว่า ผู้มีปฏิภาณ เพราะอาศัยปริปุจฉา. บุคคลผู้มีปฏิภาณโดยการบรรลุเป็นไฉน? บุคคลบางคนในโลกนี้ เป็นผู้บรรลุสติปัฏฐาน ๔ สัมมัปปธาน ๔ อิทธิบาท ๔ อินทรีย์ ๕ พละ ๕ โพชฌงค์ ๗ อริยมรรคมีองค์ ๘ อริยมรรค ๔ สามัญผล ๔ ปฏิสัมภิทา ๔ อภิญญา ๖. บุคคลนั้นรู้อรรถ รู้ธรรม รู้นิรุติ. เมื่อรู้อรรถ อรรถ ก็แจ่มแจ้ง เมื่อรู้ธรรม ธรรมก็แจ่มแจ้ง เมื่อรู้นิรุติ นิรุติก็แจ่มแจ้ง. ญาณในปฏิสัมภิทา ๓ ประการนี้ เป็นปฏิภาณปฏิสัมภิทา. พระปัจเจกสัมพุทธเจ้านั้นเข้าไป เข้าไปพร้อม เข้ามา เข้า มาพร้อม เข้าถึง เข้าถึงพร้อม ประกอบแล้วด้วยปฏิภาณปฏิสัมภิทานี้ เพราะเหตุนั้น พระ ปัจเจกสัมพุทธเจ้านั้นจึงชื่อว่ามีปฏิภาณ. ผู้ใดไม่มีปริยัติ ไม่มีปริปุจฉา ไม่มีอธิคม บทธรรม อะไรจักแจ่มแจ้งแก่บุคคลนั้นเล่า เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่า ซึ่งมิตรมีคุณยิ่ง มีปฏิภาณ.
หน้าที่ 301 เล่มที่ 30 | พระสุตตันตปิฎก