เล่มที่ 32
พระสุตตันตปิฎก
ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑
จาก พระไตรปิฎกฉบับหลวง
นโม ตสฺส ภควโต อรหโต สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส ฯ
“ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น”
หน้าที่ 147
สุธาวรรคที่ ๑๐ สุธาปิณฑิยเถราปทานที่ ๑ (๙๑) ว่าด้วยผลบุญของผู้บูชาไม่อาจนับได้
93
ใครๆ ไม่อาจจะนับบุญของบุคคลผู้บูชา พระพุทธเจ้า พระปัจเจกพุทธเจ้า หรือพระสาวก ผู้สมควรบูชา ผู้ล่วงธรรมเครื่องให้เนิ่นช้า ผู้ข้ามความโศก และความร่ำไรแล้ว ว่าบุญนี้มีประมาณเท่านี้ได้ ใครๆ ไม่อาจจะนับบุญ ของบุคคลผู้บูชาปูชารหบุคคลเหล่านั้น เช่นนั้น ผู้ดับแล้ว ไม่มีภัย แต่ ที่ไหนๆ ว่าบุญนี้มีประมาณเท่านี้ได้ การที่บุคคลในโลกนี้ พึงให้ทำความ เป็นใหญ่ในทวีปทั้ง ๔ นี้ ไม่ถึงเสี้ยวที่ ๑๖ แห่งการบูชานี้ เรามีใจผ่องใส ได้ใส่ก้อนปูนขาวในระหว่างแผ่นอิฐ ที่พระเจดีย์ แห่งพระผู้มีพระภาค พระนามว่าสิทธัตถะ ผู้เลิศกว่านระ ในกัลปที่ ๙๔ แต่กัลปนี้ เราได้ทำ กรรมใดในกาลนั้น ด้วยกรรมนั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการ ปฏิสังขรณ์ ในกัลปที่ ๓๐ แต่กัลปนี้ ได้มีพระเจ้าจักรพรรดิ ๑๓ พระองค์ ทรงพระนามว่าปฏิสังขาระ ทรงสมบูรณ์ด้วยแก้ว ๗ ประการ คุณวิเศษ เหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัด แล้ว พระพุทธศาสนา เราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้. ทราบว่า ท่านพระสุธาปิณฑิยเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล. จบ สุธาปิณฑิยเถราปทาน.
สุปีฐิยเถราปทานที่ ๒ (๙๒) ว่าด้วยผลแห่งการถวายตั่ง
94
เรายินดีมีจิตโสมนัส ได้ถวายตั่งอันสวยงามแด่พระพุทธเจ้า พระนามว่า ติสสะ ผู้เป็นนาถะของโลก เป็นเผ่าพันธุ์พระอาทิตย์ ในกัลปที่ ๓๘ แต่ กัลปนี้ เราได้เป็นพระราชาพระนามว่ามหารุจิ โภคสมบัติอันไพบูลย์ และ ที่นอนมิใช่น้อย ได้มีแล้วแก่เรา เรามีใจผ่องใสได้ถวายตั่งแก่พระพุทธเจ้า แล้ว ย่อมเสวยกรรมของตน ที่ตนได้ทำไว้ดีแล้วในกาลก่อน ในกัลปที่ ๙๒ แต่กัลปนี้ เราได้ถวายตั่งใดในกาลนั้น ด้วยกรรมนั้น เราไม่รู้จักทุคติ เลย นี้เป็นผลแห่งการถวายตั่ง ในกัลปที่ ๓๘ แต่กัลปนี้ ได้มีพระเจ้า จักรพรรดิ ๓ พระองค์ องค์ที่ ๑ พระนามว่ารุจิ องค์ที่ ๒ พระนามว่า อุปรุจิ องค์ที่ ๓ พระนามว่ามหารุจิ คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนา เรา ได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้. ทราบว่า ท่านพระสุปีฐิยเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล. จบ สุปีฐิยเถราปทาน.