เล่มที่ 32
พระสุตตันตปิฎก
ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑
จาก พระไตรปิฎกฉบับหลวง
นโม ตสฺส ภควโต อรหโต สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส ฯ
“ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น”
หน้าที่ 287
293
ในกาลนั้น เราเป็นพราหมณ์มีนามชื่อว่า อชิตะ เราประสงค์จะทำการ บูชา จึงรวบรวมดอกไม้ต่างๆ ไว้ เราได้เห็นจิตกาธารของพระพุทธเจ้า พระนามว่า สิขี ผู้เป็นเผ่าพันธุ์ของโลกอันรุ่งเรืองอยู่ จึงนำเอาดอกไม้ นั้นมาบูชาที่จิตกาธาร ในกัลปที่ ๓๑ แต่กัลปนี้ เราได้บูชาด้วยดอกไม้ ใด ด้วยการบูชานั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งพุทธบูชา ใน กัลปที่ ๒๗ แต่กัลปนี้ ได้มีพระเจ้าจักรพรรดิ จอมมนุษย์ ๗ พระองค์ ทรงพระนามว่า สุปัชชลิตะ มีพลมาก คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนาเราได้ ทำเสร็จแล้ว ดังนี้. ทราบว่า ท่านพระจิตกปูชกเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล. จบ จิตกปูชกเถราปทาน.
ปุปผธารกเถราปทานที่ ๒ (๒๙๒) ว่าด้วยผลแห่งการยกดอกไม้ขึ้นบูชา
294
เราเป็นผู้นุ่งผ้าเปลือกไม้คากรอง ห่มหนังสัตว์เฉวียงบ่าข้างซ้าย ยังอภิญ ญา ๕ ให้บังเกิดแล้ว เป็นผู้ลูบคลำพระจันทร์ได้ เราได้เห็นพระศาสดาพระ นามว่าวิปัสสี ผู้ส่องโลกให้สว่างไสว ซึ่งเสด็จมาถึงสำนักเรา เราจึงยก ดอกแคฝอยขึ้นบูชาแด่พระองค์ ในกัลปที่ ๙๑ แต่กัลปนี้ เราได้ยกดอกไม้ ใดขึ้นบูชา ด้วยกรรมนั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการยกดอกไม้ ขึ้นบูชา ในกัลปที่ ๘๗ แต่กัลปนี้ ได้มีพระเจ้าจักรพรรดิพระองค์หนึ่ง เป็นใหญ่ในแผ่นดิน พระนามว่า สมันตธรณะ มีพลมาก คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้. ทราบว่า ท่านพระปุปผธารกเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล. จบ ปุปผธารกเถราปทาน.