เล่มที่ 35
พระอภิธรรมปิฎก
วิภังคปกรณ์
จาก พระไตรปิฎกฉบับหลวง
นโม ตสฺส ภควโต อรหโต สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส ฯ
“ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น”
หน้าที่ 288
ประกอบแล้ว ด้วยสติและสัมปชัญญะนี้ ด้วย ประการฉะนี้ ด้วยการปฏิบัติอย่างนี้ ภิกษุชื่อว่า มีสติสัมปชัญญะก้าวไปข้างหน้า มีสติสัมปชัญญะ ถอยกลับมาข้างหลัง มีสติสัมปชัญญะแลดูข้างหน้า มีสติสัมปชัญญะเหลียวดูข้างซ้ายข้างขวา มีสติสัมปชัญญะคู้อวัยวะเข้า มีสติสัมปชัญญะเหยียดอวัยวะออก มีสติสัมปชัญญะในการ ทรงผ้าสังฆาฏิบาตรและจีวร มีสติสัมปชัญญะในการกิน ดื่ม เคี้ยว และลิ้มรส มีสติ สัมปชัญญะในการถ่ายอุจจาระและปัสสาวะ มีสติสัมปชัญญะในการเดิน ยืน นั่ง หลับ ตื่น พูด และนิ่ง
613
บทว่า สงัด มีอธิบายว่า แม้หากเสนาสนะใดจะอยู่ในที่ใกล้แต่เสนาสนะนั้น ไม่เกลื่อนกล่นด้วยเหล่าคฤหัสถ์บรรพชิต ด้วยเหตุนั้น เสนาสนะนั้น ชื่อว่า สงัด แม้หาก เสนาสนะใดจะอยู่ในที่ไกล แต่เสนาสนะนั้นไม่เกลื่อนกล่น ด้วยเหล่าคฤหัสถ์บรรพชิต ด้วยเหตุ นั้น เสนาสนะนั้น ชื่อว่า สงัด
614
บทว่า เสนาสนะ ได้แก่ เสนาสนะคือเตียงบ้าง เสนาสนะคือตั่งบ้าง เสนาสนะคือที่นอนบ้าง เสนาสนะคือหมอนบ้าง เสนาสนะคือวิหารบ้าง เสนาสนะคือเพิงบ้าง เสนาสนะคือปราสาทบ้าง เสนาสนะคือป้อมบ้างเสนาสนะคือโรงบ้าง เสนาสนะคือที่เร้นลับ บ้าง เสนาสนะคือถ้ำบ้าง เสนาสนะคือโคนไม้บ้าง เสนาสนะคือพุ่มไม้ไผ่บ้าง หรือภิกษุ ยับยั้งอยู่ในที่ใด ที่นั้นทั้งหมดชื่อว่า เสนาสนะ
615
บทว่า อาศัย คือ อาศัยอยู่ อาศัยอยู่ด้วยดี เข้าอยู่ เข้าพำนักอยู่ เข้าอาศัยอยู่ เสนาสนะอันสงัดนี้ ด้วยเหตุนั้น จึงเรียกว่า อาศัย
616
บทว่า ป่า ได้แก่บริเวณนอกเสาเขื่อนทั้งหมดนั้น
617
บทว่า โคนไม้ เป็นต้น มีอธิบายว่า รุกขมูล คือ โคนไม้ปัพพตะ คือ ภูเขา กันทระ คือ ซอกเขา คิริคุหา คือ ถ้ำในเขา สุสาน คือป่าช้า อัพโภกาส คือ ที่แจ้ง ปลาลปุญชะ คือ กองฟาง
618
บทว่า ดง เป็นชื่อของเสนาสนะที่อยู่ไกล บทว่า ดง เป็นชื่อของ เสนาสนะราวป่า บทว่า ดง เป็นชื่อของเสนาสนะที่น่าหวาดกลัว บทว่า ดงเป็นชื่อของ เสนาสนะที่น่าหวาดหวั่น บทว่า ดง เป็นชื่อของเสนาสนะที่อยู่ปลายแดน บทว่า ดง เป็นชื่อของเสนาสนะที่ไม่อยู่ใกล้หมู่มนุษย์ บทว่า ดง เป็นชื่อของเสนาสนะที่หาความเจริญ ได้ยาก