เล่มที่ 35

พระอภิธรรมปิฎก

วิภังคปกรณ์

จาก พระไตรปิฎกฉบับหลวง

นโม ตสฺส ภควโต อรหโต สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส ฯ

“ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น”

หน้า 367-372

อวิกเขปะ มีในสมัยนั้น ธรรมเหล่านี้ ชื่อว่าธรรมเป็นอกุศล ความรู้ แตกฉานในธรรมเหล่านี้ ชื่อว่า ธัมมปฏิสัมภิทา ความรู้แตกฉานในวิบากแห่งธรรมเหล่านั้น ชื่อว่า อัตถปฏิสัมภิทา บัญญัติแห่งธรรมเหล่านั้น ย่อมมีด้วยนิรุตติใด ความรู้แตกฉานในอัน กล่าวธัมมนิรุตตินั้น ชื่อว่า นิรุตติปฏิสัมภิทา บุคคลรู้แตกฉานซึ่งญาณเหล่านั้น ด้วยญาณใด ว่า ญาณเหล่านี้ส่องเนื้อความนี้ ดังนี้ ความรู้แตกฉานในญาณทั้งหลายนั้น ชื่อว่า ปฏิภาณปฏิ สัมภิทา แจกปฏิสัมภิทา ๓ ด้วยอเหตุกกุศลวิบากจิต ๘
786
ปฏิสัมภิทา ๓ คือ ๑. อัตถปฏิสัมภิทา ๒. นิรุตติปฏิสัมภิทา ๓. ปฏิภาณปฏิสัมภิทา ธรรมเป็นอัพยากฤต เป็นไฉน จักขุวิญญาณ อันเป็นวิบาก สหรคตด้วยอุเบกขา มีรูปเป็นอารมณ์ เกิดขึ้นเพราะกามา วจรกุศลกรรมอันได้ทำไว้แล้วได้สั่งสมไว้แล้ว ในสมัยใด ผัสสะเวทนา สัญญา เจตนา จิต อุเบกขา เอกัคคตาแห่งจิต มนินทรีย์ อุเปกขินทรีย์ชีวิตินทรีย์ หรือนามธรรม ที่อิงอาศัย เกิดขึ้นแม้อื่นใด มีในสมัยนั้น ธรรมเหล่านี้ชื่อว่า ธรรมเป็นอัพยากฤต ความรู้แตกฉานในธรรม เหล่านี้ ชื่อว่า อัตถปฏิสัมภิทาบัญญัติแห่งธรรมเหล่านั้น ย่อมมีด้วยนิรุตติใด ความรู้แตกฉานใน อันกล่าวธัมมนิรุตตินั้น ชื่อว่า นิรุตติปฏิสัมภิทา บุคคลรู้แตกฉานซึ่งญาณเหล่านั้น ด้วยญาณใดว่า ญาณเหล่านี้ส่องเนื้อความนี้ ดังนี้ ความรู้แตกฉานในญาณทั้งหลายนั้น ชื่อว่าปฏิภาณปฏิ สัมภิทา ปฏิสัมภิทา ๓ คือ ๑. อัตถปฏิสัมภิทา ๒. นิรุตติปฏิสัมภิทา ๓. ปฏิภาณปฏิสัมภิทา ธรรมเป็นอัพยากฤต เป็นไฉน โสตวิญญาณ อันเป็นวิบาก สหรคตด้วยอุเบกขา มีเสียงเป็นอารมณ์เกิดขึ้น ฯลฯ ฆานวิญญาณ อันเป็นวิบาก สหรคตด้วยอุเบกขา มีกลิ่นเป็นอารมณ์ เกิดขึ้น ฯลฯ ชิวหา วิญญาณ อันเป็นวิบาก สหรคตด้วยอุเบกขามีรสเป็นอารมณ์ เกิดขึ้น ฯลฯ กายวิญญาณ อันเป็นวิบาก สหรคตด้วยสุขมีโผฏฐัพพะเป็นอารมณ์ เกิดขึ้น เพราะกามาวจรกุศลธรรมอัน ได้ทำไว้แล้วได้สั่งสมไว้แล้ว ในสมัยใด ผัสสะ เวทนา สัญญา เจตนา จิต สุข เอกัคคตา แห่งจิตมนินทรีย์ สุขินทรีย์ ชีวิตินทรีย์ หรือนามธรรมที่อิงอาศัยเกิดขึ้นแม้อื่นใด มีในสมัย นั้น ธรรมเหล่านี้ ชื่อว่า ธรรมเป็นอัพยากฤต ความรู้แตกฉานในธรรมเหล่านี้ ชื่อว่าอัตถ ปฏิสัมภิทา บัญญัติแห่งธรรมเหล่านั้น ย่อมมีด้วยนิรุตติใด ความรู้แตกฉานในอันกล่าวธัมมนิรุตติ นั้น ชื่อว่า นิรุตติปฏิสัมภิทา บุคคลรู้แตกฉานซึ่งญาณเหล่านั้น ด้วยญาณใดว่า ญาณเหล่านี้ ส่องเนื้อความนี้ ดังนี้ ความรู้แตกฉานในญาณทั้งหลายนั้น ชื่อว่า ปฏิภาณปฏิสัมภิทา ปฏิสัมภิทา ๓ คือ ๑. อัตถปฏิสัมภิทา ๒. นิรุตติปฏิสัมภิทา ๓. ปฏิภาณปฏิสัมภิทา ธรรมเป็นอัพยากฤต เป็นไฉน มโนธาตุ อันเป็นวิบาก สหรคตด้วยอุเบกขา มีรูปเป็นอารมณ์ ฯลฯมีโผฏฐัพพะเป็น อารมณ์ หรือปรารภอารมณ์ใดๆ เกิดขึ้น เพราะกามาวจรกุศลกรรมอันได้ทำไว้แล้วได้สั่งสมไว้ แล้ว ในสมัยใด ผัสสะ เวทนา สัญญาเจตนา จิต วิตก วิจาร อุเบกขา เอกัคคตาแห่ง จิต มนินทรีย์ อุเปกขินทรีย์ชีวิตินทรีย์ หรือนามธรรมที่อิงอาศัยเกิดขึ้นแม้อื่นใด มีในสมัย นั้น ธรรมเหล่านี้ชื่อว่าธรรม เป็นอัพยากฤต ความรู้แตกฉานในธรรมเหล่านี้ ชื่อว่า อัตถปฏิ สัมภิทาบัญญัติแห่งธรรมเหล่านั้น ย่อมมีด้วยนิรุตติใด ความรู้แตกฉานในอันกล่าวธัมมนิรุตตินั้น ชื่อว่า นิรุตติปฏิสัมภิทา บุคคลรู้แตกฉานซึ่งญาณเหล่านั้น ด้วยญาณใดว่า ญาณเหล่านี้ส่อง เนื้อความนี้ ดังนี้ ความรู้แตกฉานในญาณทั้งหลายนั้นชื่อว่า ปฏิภาณปฏิสัมภิทา ปฏิสัมภิทา ๓ คือ ๑. อัตถปฏิสัมภิทา ๒. นิรุตติปฏิสัมภิทา ๓. ปฏิภาณปฏิสัมภิทา ธรรมเป็นอัพยากฤต เป็นไฉน มโนวิญญาณธาตุ อันเป็นวิบาก สหรคตด้วยโสมนัส มีรูปเป็นอารมณ์ฯลฯ มีธรรม เป็นอารมณ์ หรือปรารภอารมณ์ใดๆ เกิดขึ้น เพราะกามาวจรกุศลกรรมอันได้ทำไว้แล้วได้สั่ง สมไว้แล้ว ในสมัยใด ผัสสะ เวทนา สัญญาเจตนา จิต วิตก วิจาร ปีติ สุข เอกัคคตา แห่งจิต มนินทรีย์ โสมนัสสินทรีย์ชีวิตินทรีย์ หรือนามธรรมที่อิงอาศัยเกิดขึ้นแม้อื่นใด มีในสมัยนั้น ธรรมเหล่านี้ชื่อว่า ธรรมเป็นอัพยากฤต ความรู้แตกฉานในธรรมเหล่านี้ ชื่อว่า อัตถปฏิสัมภิทาบัญญัติแห่งธรรมเหล่านั้น ย่อมมีด้วยนิรุตติใด ความรู้แตกฉานในอันกล่าว ธัมมนิรุตตินั้น ชื่อว่า นิรุตติปฏิสัมภิทา บุคคลรู้แตกฉานซึ่งญาณเหล่านั้น ด้วยญาณใดว่าญาณ เหล่านี้ส่องเนื้อความนี้ ดังนี้ ความรู้แตกฉานในญาณทั้งหลายนั้น ชื่อว่าปฏิภาณปฏิสัมภิทา ปฏิสัมภิทา ๓ คือ ๑. อัตถปฏิสัมภิทา ๒. นิรุตติปฏิสัมภิทา ๓. ปฏิภาณปฏิสัมภิทา ธรรมเป็นอัพยากฤต เป็นไฉน มโนวิญญาณธาตุ อันเป็นวิบาก สหรคตด้วยอุเบกขา มีรูปเป็นอารมณ์ฯลฯ มีธรรม เป็นอารมณ์ หรือปรารภอารมณ์ใดๆ เกิดขึ้น เพราะกามาวจรกุศลกรรมอันได้ทำไว้แล้วได้สั่งสม ไว้แล้ว ในสมัยใด ผัสสะ เวทนา สัญญาเจตนา จิต วิตก วิจาร อุเบกขา เอกัคคตา แห่งจิต มนินทรีย์ อุเปกขินทรีย์ชีวิตินทรีย์ หรือนามธรรมที่อิงอาศัยเกิดขึ้นแม้อื่นใด มีใน สมัยนั้น ธรรมเหล่านี้ชื่อว่า ธรรมเป็นอัพยากฤต ความรู้แตกฉานในธรรมเหล่านี้ ชื่อว่า อัตถปฏิ สัมภิทาบัญญัติแห่งธรรมเหล่านั้น ย่อมมีด้วยนิรุตติใด ความรู้แตกฉานในอันกล่าวธัมมนิรุตตินั้น ชื่อว่า นิรุตติปฏิสัมภิทา บุคคลรู้แตกฉานซึ่งญาณเหล่านั้น ด้วยญาณใดว่า ญาณเหล่านี้ส่อง เนื้อความนี้ ดังนี้ ความรู้แตกฉานในญาณทั้งหลายนั้นชื่อว่า ปฏิภาณปฏิสัมภิทา แจกปฏิสัมภิทา ๓ ด้วยกามาวจรวิบากจิต ๘ ปฏิสัมภิทา ๓ คือ ๑. อัตถปฏิสัมภิทา ๒. นิรุตติปฏิสัมภิทา ๓. ปฏิภาณปฏิสัมภิทา ธรรมเป็นอัพยากฤต เป็นไฉน มโนวิญญาณธาตุ อันเป็นวิบาก สหรคตด้วยโสมนัส สัมปยุตด้วยญาณมีรูปเป็น อารมณ์ ฯลฯ มีธรรมเป็นอารมณ์ หรือปรารภอารมณ์ใดๆ เกิดขึ้นฯลฯ สหรคตด้วยโสมนัส สัมปยุตด้วยญาณ ... เกิดขึ้นโดยมีการชักจูง ฯลฯสหรคตด้วยโสมนัส วิปปยุตจากญาณ ... เกิด ขึ้น ฯลฯ สหรคตด้วยโสมนัสวิปปยุตจากญาณ ... เกิดขึ้นโดยมีการชักจูง ฯลฯ สหรคตด้วย อุเบกขา สัมปยุตด้วยญาณ ... เกิดขึ้น ฯลฯ สหรคตด้วยอุเบกขา สัมปยุตด้วยญาณ ...เกิดขึ้นโดยมี การชักจูง ฯลฯ สหรคตด้วยอุเบกขา วิปปยุตจากญาณ ... เกิดขึ้นฯลฯ สหรคตด้วยอุเบกขา วิปปยุต จากญาณ ... เกิดขึ้นโดยมีการชักจูง เพราะกามาวจรกุศลกรรมอันได้ทำไว้แล้วได้สั่งสมไว้แล้ว ในสมัยใด ผัสสะ ฯลฯอวิกเขปะ มีในสมัยนั้น ธรรมเหล่านี้ ชื่อว่า ธรรมเป็นอัพยากฤต ความรู้แตกฉานในธรรมเหล่านี้ ชื่อว่า อัตถปฏิสัมภิทา บัญญัติแห่งธรรมเหล่านั้น ย่อมมี ด้วยนิรุตติใด ความรู้แตกฉานในอันกล่าวธัมมนิรุตตินั้น ชื่อว่า นิรุตติปฏิสัมภิทาบุคคลรู้แตก ฉานซึ่งญาณเหล่านั้น ด้วยญาณใดว่า ญาณเหล่านี้ส่องเนื้อความนี้ ดังนี้ความรู้แตกฉานใน ญาณทั้งหลายนั้น ชื่อว่า ปฏิภาณปฏิสัมภิทา แจกปฏิสัมภิทา ๓ ด้วยรูปาวจรวิบากจิต ปฏิสัมภิทา ๓ คือ ๑. อัตถปฏิสัมภิทา ๒. นิรุตติปฏิสัมภิทา ๓. ปฏิภาณปฏิสัมภิทา ธรรมเป็นอัพยากฤต เป็นไฉน โยคาวจรบุคคล เจริญมรรคปฏิปทาเพื่อเข้าถึงรูปภพ สงัดจากกาม สงัดจากอกุศลธรรม ทั้งหลายแล้ว บรรลุปฐมฌานที่มีปฐวีกสิณเป็นอารมณ์ ฯลฯ อยู่ในสมัยใด ผัสสะ ฯลฯ อวิก เขปะ มีในสมัยนั้น ธรรมเหล่านี้ ชื่อว่า ธรรมเป็นกุศล โยคาวจรบุคคล สงัดจากกาม สงัดจากอกุศลธรรมทั้งหลายแล้ว บรรลุปฐมฌานที่มี ปฐวีกสิณเป็นอารมณ์ อันเป็นวิบาก เพราะรูปาวจรกุศลกรรมอันได้ทำไว้แล้วได้สั่งสมไว้แล้ว นั้นแล ฯลฯ อยู่ในสมัยใด ผัสสะ ฯลฯ อวิกเขปะมีในสมัยนั้น ธรรมเหล่านี้ ชื่อว่า ธรรม เป็นอัพยากฤต ความรู้แตกฉานในธรรมเหล่านี้ ชื่อว่า อัตถปฏิสัมภิทา บัญญัติแห่งธรรม เหล่านั้น ย่อมมีด้วยนิรุตติใดความรู้แตกฉานในอันกล่าวธัมมนิรุตตินั้น ชื่อว่า นิรุตติปฏิสัมภิทา บุคคลรู้แตกฉานซึ่งญาณเหล่านั้น ด้วยญาณใดว่า ญาณเหล่านี้ส่องเนื้อความนี้ ดังนี้ ความ รู้แตกฉานในญาณทั้งหลายนั้น ชื่อว่า ปฏิภาณปฏิสัมภิทา แจกปฏิสัมภิทา ๓ ด้วยอรูปาวจรวิบากจิต ปฏิสัมภิทา ๓ คือ ๑. อัตถปฏิสัมภิทา ๒. นิรุตติปฏิสัมภิทา ๓. ปฏิภาณปฏิสัมภิทา ธรรมเป็นอัพยากฤต เป็นไฉน โยคาวจรบุคคล เจริญมรรคปฏิปทาเพื่อเข้าถึงอรูปภพ เพราะก้าวล่วงอากิญจัญญายตนะ โดยประการทั้งปวง จึงบรรลุจตุตถฌานที่สหรคตด้วยเนวสัญญานาสัญญายตนสัญญา ฯลฯ อยู่ใน สมัยใด ผัสสะ ฯลฯ อวิกเขปะ มีในสมัยนั้น ธรรมเหล่านี้ ชื่อว่า ธรรมเป็นกุศล เพราะก้าวล่วงอากิญจัญญายตนะโดยประการทั้งปวง โยคาวจรบุคคล จึงบรรลุจตุตถฌาน ที่สหรคตด้วยเนวสัญญานาสัญญายตนสัญญา อันเป็นวิบาก เพราะอรูปาวจรกุศลกรรมอันได้ทำ ไว้แล้วได้สั่งสมไว้แล้วนั้นแล ฯลฯ อยู่ในสมัยใดผัสสะ ฯลฯ อวิกเขปะ มีในสมัยนั้น ธรรมเหล่านี้ ชื่อว่า ธรรมเป็นอัพยากฤตความรู้แตกฉานในธรรมเหล่านี้ ชื่อว่า อัตถปฏิสัมภิทา บัญญัติแห่งธรรมเหล่านั้นย่อมมีด้วยนิรุตติใด ความรู้แตกฉานในอันกล่าวธัมมนิรุตตินั้น ชื่อว่า นิรุตติปฏิสัมภิทา บุคคลผู้แตกฉานซึ่งญาณเหล่านั้น ด้วยญาณใดว่า ญาณเหล่านี้ส่องเนื้อความนี้ ดังนี้ ความรู้แตกฉานในญาณทั้งหลายนั้น ชื่อว่า ปฏิภาณปฏิสัมภิทา แจกปฏิสัมภิทา ๓ ด้วยโลกุตตรวิบากจิต ปฏิสัมภิทา ๓ คือ ๑. อัตถปฏิสัมภิทา ๒. นิรุตติปฏิสัมภิทา ๓. ปฏิภาณปฏิสัมภิทา ธรรมเป็นอัพยากฤต เป็นไฉน โยคาวจรบุคคล เจริญโลกุตตรฌาน อันเป็นเครื่องนำออกไปจากโลกให้เข้าสู่นิพพาน เพื่อประหาณทิฏฐิ เพื่อบรรลุปฐมภูมิ สงัดจากกาม สงัดจากอกุศลธรรมทั้งหลายแล้ว บรรลุ ปฐมฌาน ฯลฯ เป็นทุกขาปฏิปทาทันธาภิญญาอยู่ในสมัยใด ผัสสะ ฯลฯ อวิกเขปะ มีใน สมัยนั้น ธรรมเหล่านี้ ชื่อว่าธรรมเป็นกุศล โยคาวจรบุคคล สงัดจากกาม สงัดจากอกุศลธรรมทั้งหลายแล้ว บรรลุปฐมฌาน อัน เป็นวิบาก เพราะโลกุตตรกุศลฌานอันได้ทำไว้แล้วได้เจริญไว้แล้วนั้นแล ฯลฯ เป็นทุกขาปฏิ ปทาทันธาภิญญา ชนิดสุญญตะ อยู่ในสมัยใดผัสสะ ฯลฯ อวิกเขปะ มีในสมัยนั้น ธรรม เหล่านี้ ชื่อว่า ธรรมเป็นอัพยากฤตความรู้แตกฉานในธรรมเหล่านี้ ชื่อว่า อัตถปฏิสัมภิทา บัญญัติแห่งธรรมเหล่านั้นย่อมมีด้วยนิรุตติใด ความรู้แตกฉานในอันกล่าวธัมมนิรุตตินั้น ชื่อว่า นิรุตติปฏิสัมภิทา บุคคลรู้แตกฉานซึ่งญาณเหล่านั้นด้วยญาณใดว่า ญาณเหล่านี้ส่องเนื้อความนี้ ดังนี้ ความรู้แตกฉานในญาณทั้งหลายนั้น ชื่อว่า ปฏิภาณปฏิสัมภิทา แจกปฏิสัมภิทา ๓ ด้วยอกุศลวิบากจิต ๗ ปฏิสัมภิทา ๓ คือ ๑. อัตถปฏิสัมภิทา ๒. นิรุตติปฏิสัมภิทา ๓. ปฏิภาณปฏิสัมภิทา ธรรมเป็นอัพยากฤต เป็นไฉน จักขุวิญญาณ อันเป็นวิบาก สหรคตด้วยอุเบกขา มีรูปเป็นอารมณ์เกิดขึ้น ฯลฯ โสตวิญญาณ อันเป็นวิบาก สหรคตด้วยอุเบกขา มีเสียงเป็นอารมณ์ เกิดขึ้น ฯลฯ ฆานวิญญาณ อันเป็นวิบาก สหรคตด้วยอุเบกขา มีกลิ่นเป็นอารมณ์ เกิดขึ้น ฯลฯ ชิวหาวิญญาณ อันเป็น วิบาก สหรคตด้วยอุเบกขามีรสเป็นอารมณ์ เกิดขึ้น ฯลฯ กายวิญญาณ อันเป็นวิบาก สหรคตด้วยทุกข์มีโผฏฐัพพะเป็นอารมณ์ เกิดขึ้น เพราะอกุศลกรรมอันได้ทำไว้แล้วได้สั่งสม ไว้แล้วในสมัยใด ผัสสะ เวทนา สัญญา เจตนา จิต ทุกข์ เอกัคคตาแห่งจิต มนินทรีย์ ทุกขินทรีย์ ชีวิตินทรีย์ หรือนามธรรมที่อิงอาศัยเกิดขึ้นแม้อื่นใด มีในสมัยนั้นธรรมเหล่านี้ ชื่อว่า ธรรมเป็นอัพยากฤต ความรู้แตกฉานในธรรมเหล่านี้ ชื่อว่าอัตถปฏิสัมภิทา บัญญัติ แห่งธรรมเหล่านั้น ย่อมมีด้วยนิรุตติใด ความรู้แตกฉานในอันกล่าวธัมมนิรุตตินั้น ชื่อว่า นิรุตติปฏิสัมภิทา บุคคลรู้แตกฉานซึ่งญาณเหล่านั้นด้วยญาณใดว่า ญาณเหล่านี้ส่องเนื้อความนี้ ดังนี้ ความรู้แตกฉานในญาณทั้งหลายนั้น ชื่อว่า ปฏิภาณปฏิสัมภิทา ปฏิสัมภิทา ๓ คือ ๑. อัตถปฏิสัมภิทา ๒. นิรุตติปฏิสัมภิทา ๓. ปฏิภาณปฏิสัมภิทา ธรรมเป็นอัพยากฤต เป็นไฉน มโนธาตุ อันเป็นวิบาก สหรคตด้วยอุเบกขา มีรูปเป็นอารมณ์ ฯลฯมีโผฏฐัพพะเป็น อารมณ์ เกิดขึ้น ฯลฯ มโนวิญญาณธาตุ อันเป็นวิบาก สหรคตด้วยอุเบกขา มีรูปเป็น อารมณ์ ฯลฯ มีธรรมเป็นอารมณ์ หรือปรารภอารมณ์ใดๆเกิดขึ้น เพราะอกุศลกรรมอันได้ทำ ไว้แล้วได้สั่งสมไว้แล้ว ในสมัยใด ผัสสะเวทนา สัญญา เจตนา จิต วิตก วิจาร อุเบกขา เอกัคคตาแห่งจิต มนินทรีย์อุเปกขินทรีย์ ชีวิตินทรีย์ หรือนามธรรมที่อิงอาศัยเกิดขึ้นแม้ อื่นใด มีในสมัยนั้นธรรมเหล่านี้ ชื่อว่า ธรรมเป็นอัพยากฤต ความรู้แตกฉานในธรรมเหล่านี้ ชื่อว่าอัตถปฏิสัมภิทา บัญญัติแห่งธรรมเหล่านั้น ย่อมมีด้วยนิรุตติใด ความรู้แตกฉานในอัน กล่าวธัมมนิรุตตินั้น ชื่อว่า นิรุตติปฏิสัมภิทา บุคคลรู้แตกฉานซึ่งญาณเหล่านั้น ด้วยญาณใดว่า ญาณเหล่านี้ส่องเนื้อความนี้ ดังนี้ ความรู้แตกฉานในญาณทั้งหลายนั้น ชื่อว่า ปฏิภาณ ปฏิสัมภิทา แจกปฏิสัมภิทา ๓ ด้วยอเหตุกกิริยาจิต ๓
หน้าที่ 367 เล่มที่ 35 | พระอภิธรรมปิฎก