เล่มที่ 35
พระอภิธรรมปิฎก
วิภังคปกรณ์
จาก พระไตรปิฎกฉบับหลวง
นโม ตสฺส ภควโต อรหโต สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส ฯ
“ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น”
หน้าที่ 436
911
มายา ความเจ้าเล่ห์ เป็นไฉน บุคคลบางคนในโลกนี้ ประพฤติทุจริตด้วยกาย วาจา ใจ แล้วตั้งความปรารถนาลามก ไว้ เพราะมีความต้องการปกปิดทุจริตนั้นเป็นเหตุ คือ ปรารถนาว่าใครอย่ารู้ทันเราเลย ดำริว่า ใครอย่ารู้ทันเราเลย พูดว่าใครอย่ารู้ทันเราเลย พยายามด้วยกายว่าใครอย่ารู้ทันเราเลย ความ เจ้าเล่ห์ ความเป็นคนเจ้าเล่ห์ กิริยาที่ทำให้หลง ความลวง ความโกง ความกลบเกลื่อน ความ หลีกเลี่ยง ความซ่อน ความซ่อนบัง ความปกปิด ความปิดบัง ความไม่เปิดเผย ความไม่ทำ ให้แจ้ง ความปิดมิดชิด การกระทำที่ชั่ว อันใด มีลักษณะเช่นว่านี้ นี้เรียกว่า มายา ความ เจ้าเล่ห์ สาเถยยะ ความโอ้อวด เป็นไฉน บุคคลบางคนในโลกนี้ เป็นผู้โอ้อวด เป็นผู้โอ้อวดมาก การโอ้อวดสภาพที่โอ้อวด ความโอ้อวด ความกระด้าง สภาพที่กระด้าง การพูดเป็นเหลี่ยมเป็นคู สภาพที่พูดเป็นเหลี่ยม เป็นคู ของบุคคลนั้น อันใด นี้เรียกว่า สาเถยยะความโอ้อวด
912
อวิชชา ความไม่รู้ เป็นไฉน ความไม่รู้ ความไม่เห็น ฯลฯ
ลิ่มคืออวิชชา อกุศลมูล คือ โมหะอันใด นี้เรียกว่า อวิชชา ความไม่รู้ ภวตัณหา ความปรารถนาภพ เป็นไฉน ความพอใจในภพ ความยินดีในภพ ความเพลิดเพลินในภพ ความปรารถนาในภพ ความเยื่อใยในภพ ความเร่าร้อนในภพ ความสยบในภพ ความหมกมุ่นในภพ อันใด นี้เรียกว่า ภวตัณหา ความปรารถนาภพ
913
ภวทิฏฐิ ความเห็นว่าเกิด เป็นไฉน ความเห็นว่า อัตตาและโลกจักมี ดังนี้ ทิฏฐิ ความเห็นไปข้างทิฏฐิฯลฯ การถือเอา โดยวิปลาส อันใด มีลักษณะเช่นว่านี้ นี้เรียกว่า ภวทิฏฐิความเห็นว่าเกิด วิภวทิฏฐิ ความเห็นว่าไม่เกิด เป็นไฉน ความเห็นว่า อัตตาจักไม่มีและโลกจักไม่มี ดังนี้ ทิฏฐิ ความเห็นไปข้างทิฏฐิ ฯลฯ