เล่มที่ 37

พระอภิธรรมปิฎก

กถาวัตถุปกรณ์

จาก พระไตรปิฎกฉบับหลวง

นโม ตสฺส ภควโต อรหโต สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส ฯ

“ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น”

หน้าที่ 305

692
ส. นิโรธเป็นสองหรือ? ป. ถูกแล้ว ส. สังขารที่ยังไม่ดับด้วยปัญญาเป็นเครื่องพิจารณา (โลกุตตรญาณ) จะพิจารณา แล้วให้ดับได้ มิใช่หรือ? ป. ถูกแล้ว ส.
หากว่า สังขารที่ยังไม่ดับด้วยปัญญาเป็นเครื่องพิจารณา จะพิจารณาแล้ว ให้ดับได้ ก็ต้องไม่กล่าวว่า นิโรธเป็นสอง
693
ป. ไม่พึงกล่าวว่า นิโรธเป็นสองหรือ? ส. ถูกแล้ว ป. สังขารทั้งที่ยังไม่ดับด้วยปัญญาเป็นเครื่องพิจารณา ทั้งที่ดับแล้วด้วยปัญญา เป็นเครื่องพิจารณา ต่างก็ย่อยยับไปสิ้นแล้ว มิใช่หรือ? ส. ถูกแล้ว ป.
หากว่า สังขารทั้งที่ยังไม่ดับด้วยปัญญาเป็นเครื่องพิจารณา ทั้งที่ดับด้วย ปัญญาเป็นเครื่องพิจารณา ต่างก็ย่อยยับไปสิ้นแล้ว ด้วยเหตุนั้นนะท่าน จึงต้องกล่าวว่า นิโรธเป็นสอง
694
ส. นิโรธเป็นสอง หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. สังขารที่ดับแล้วด้วยปัญญาเป็นเครื่องพิจารณา ชื่อว่าดับแล้วเพราะอาศัย อริยมรรค หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. แม้สังขารที่ยังไม่ดับด้วยปัญญาเป็นเครื่องพิจารณา ก็ชื่อว่าดับแล้วเพราะ อาศัยอริยมรรค หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
695
ส. นิโรธเป็นสองหรือ? ป. ถูกแล้ว ส. สังขารที่ดับแล้วด้วยปัญญาเป็นเครื่องพิจารณา ย่อมไม่เกิดขึ้นได้อีก หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. สังขารที่มิได้ดับด้วยปัญญาเป็นเครื่องพิจารณา ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นได้อีก หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. ถ้าอย่างนั้น ก็ไม่พึงกล่าวว่า นิโรธเป็นสอง นิโรธกถา จบ. วรรคที่ ๒ จบ.