เล่มที่ 37
พระอภิธรรมปิฎก
กถาวัตถุปกรณ์
จาก พระไตรปิฎกฉบับหลวง
นโม ตสฺส ภควโต อรหโต สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส ฯ
“ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น”
หน้าที่ 792
ก็ต้องไม่กล่าวว่า อุจเฉททิฏฐิอันบุคคลผู้แน่นอน โดยสัสสตทิฏฐิละได้ด้วยมรรคฝ่ายอกุศล
1796
ป. สัสสตทิฏฐิพึงเกิดแก่บุคคลผู้แน่นอนโดยอุจเฉททิฏฐิ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส.
หากว่า สัสสตทิฏฐิพึงเกิดแก่บุคคลผู้แน่นอนโดยอุจเฉททิฏฐิ ก็ต้องไม่ กล่าวว่า ปุถุชนมีความแน่นอนโดยส่วนเดียว
1797
ส. สัสสตทิฏฐิไม่พึงเกิดแก่บุคคลผู้แน่นอนโดยอุจเฉททิฏฐิ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. ละสัสสตทิฏฐิได้ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. ละสัสสตทิฏฐิได้ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. ละได้ด้วยโสดาปัตติมรรค หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. ละได้ด้วยสกทาคามิมรรค ฯลฯ ด้วยอรหัตมรรค หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. ด้วยมรรคไหน ป. ด้วยมรรคฝ่ายอกุศล ส. มรรคฝ่ายอกุศล ฯลฯ
ก็ต้องไม่กล่าวว่า สัสสตทิฏฐิ อันบุคคลผู้แน่นอน โดยอุจเฉททิฏฐิ ละได้ด้วยมรรคฝ่ายอกุศล
1798
ป. ไม่พึงกล่าวว่า ปุถุชนมีความแน่นอนโดยส่วนเดียว หรือ? ส. ถูกแล้ว ป. พระผู้มีพระภาคได้ตรัสไว้ว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุคคลบางคนในโลก นี้ เป็นผู้ประกอบด้วยธรรมฝ่ายอกุศล เป็นธรรมดำโดยส่วนเดียว บุคคลนั้นเป็นผู้จมลงแล้วครั้งหนึ่ง ก็จมลงอยู่นั่นเอง ดังนี้ เป็นสูตร มีอยู่จริง มิใช่หรือ? ส. ถูกแล้ว ป.