เล่มที่ 38

พระอภิธรรมปิฎก

ยมกปกรณ์ ภาค

จาก พระไตรปิฎกฉบับหลวง

นโม ตสฺส ภควโต อรหโต สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส ฯ

“ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น”

หน้าที่ 412

1163
กายสังขารของสัตว์ใด ย่อมไม่ดับไป จิตตสังขารของสัตว์นั้น จักไม่ ดับไปหรือ? กายสังขารของสัตว์เหล่านั้นทั้งหมด ในอุปปาทขณะแห่งจิต ในภังคขณะแห่งจิต เว้น ลมอัสสาสะปัสสาสะ ผู้เข้านิโรธ ผู้เป็นอสัญญสัตว์ ย่อมไม่ดับไป แต่จิตตสังขารของสัตว์ เหล่านั้นจักไม่ดับไปก็หาไม่ กายสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต ย่อมไม่ ดับไป และจิตตสังขารก็จักไม่ดับไป. หรือว่า จิตตสังขารของสัตว์ใด ฯลฯ? ถูกแล้ว.
1164
วจีสังขารของสัตว์ใด ย่อมไม่ดับไป จิตตสังขารของสัตว์นั้น จักไม่ดับ ไปหรือ? วจีสังขารของสัตว์เหล่านั้นทั้งหมด ในอุปปาทขณะแห่งจิต ในภังคขณะแห่งจิต เว้น วิตกและวิจาร ผู้เข้านิโรธ ผู้เป็นอสัญญสัตว์ ย่อมไม่ดับไป แต่จิตตสังขารของสัตว์เหล่านั้น จักไม่ดับไปก็หาไม่ วจีสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต อันไม่มีวิตกและ ไม่มีวิจารย่อมไม่ดับไป และจิตตสังขารก็จักไม่ดับไป. หรือว่า จิตตสังขารของสัตว์ใด จักไม่ดับไป วจีสังขารของสัตว์นั้น ย่อมไม่ ดับไป? จิตตสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต อันมีวิตกและมีวิจาร จักไม่ ดับไป แต่วจีสังขารของสัตว์เหล่านั้นย่อมไม่ดับไปก็หาไม่ จิตตสังขารของสัตว์เหล่านั้น ใน ภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต อันไม่มีวิตกและไม่มีวิจาร จักไม่ดับไป และวจีสังขารก็ย่อมไม่ดับไป.
1165
กายสังขารในภูมิใด ย่อมไม่ดับไป ฯลฯ.
1166
กายสังขารของสัตว์ใด ในภูมิใด ย่อมไม่ดับไป วจีสังขารของสัตว์นั้น ในภูมินั้น จักไม่ดับไปหรือ? กายสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ผู้เข้าปฐมฌาน ผู้เกิดในกามาวจรภูมิ ใน อุปปาทขณะแห่งลมอัสสาสะปัสสาสะ ในภังคขณะแห่งจิต เว้นลมอัสสาสะปัสสาสะ ของ สัตว์เหล่านั้นนั่นแหละ ผู้เกิดในรูปาวจรภูมิ ผู้เกิดในอรูปาวจรภูมิ ย่อมไม่ดับไป แต่วจีสังขาร ของสัตว์เหล่านั้น จักไม่ดับไปก็หาไม่ กายสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ในภังคขณะแห่ง ปัจฉิมจิต อันมีวิตกและมีวิจาร ผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิต อันไม่มีวิตกและไม่มีวิจาร ผู้ที่จักมีปัจฉิมจิต อันไม่มีวิตกและไม่มีวิจารเกิดขึ้น ในลำดับแห่งจิตใด ผู้เข้าทุติยฌาน ตติยฌาน ในอุปปาทขณะแห่งลมอัสสาสะปัสสาสะ ในภังคขณะแห่งจิต เว้นลมอัสสาสะปัสสาสะของ สัตว์เหล่านั้นนั่นแหละ ผู้เข้าจตุตถฌาน ผู้เป็นอสัญญสัตว์ ย่อมไม่ดับไป และวจีสังขารก็จัก ไม่ดับไป. หรือว่า วจีสังขารของสัตว์ใด ในภูมิใด จักไม่ดับไป กายสังขารของสัตว์นั้น ในภูมินั้น ย่อมไม่ดับไป? วจีสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ผู้เข้าทุติยฌาน ตติยฌาน ในภังคขณะแห่ง ลมอัสสาสะปัสสาสะ จักไม่ดับไป แต่กายสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ย่อมไม่ดับไป ก็หาไม่ วจีสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต อันมีวิตกและมีวิจาร ผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิต อันไม่มีวิตกและไม่มีวิจาร ผู้ที่จักมีปัจฉิมจิต อันไม่มีวิตก และไม่มีวิจารเกิดขึ้น ในลำดับแห่งจิตใด ผู้เข้าทุติยฌาน ตติยฌาน ในอุปปาทขณะแห่ง ลมอัสสาสะปัสสาสะ ในภังคขณะแห่งจิต เว้นลมอัสสาสะปัสสาสะของสัตว์เหล่านั้นนั่นแหละ ผู้เข้าจตุตถฌาน ผู้เป็นอสัญญสัตว์ จักไม่ดับไป และกายสังขารก็ย่อมไม่ดับไป.
หน้าที่ 412 เล่มที่ 38 | พระอภิธรรมปิฎก