เล่มที่ 6
พระวินัยปิฎก
จุลวรรค ภาค ๑
จาก พระไตรปิฎกฉบับหลวง
นโม ตสฺส ภควโต อรหโต สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส ฯ
“ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น”
หน้าที่ 137
มูลายปฏิกัสสนารหวัตร หมวดที่ ๑
336
ดูกรภิกษุทั้งหลาย อันภิกษุผู้ควรชักเข้าหาอาบัติเดิม พึงประพฤติโดยชอบ วิธี ประพฤติชอบในวัตรนั้น ดังนี้:- อันภิกษุผู้ควรชักเข้าหาอาบัติเดิม ไม่พึงให้อุปสมบท ไม่พึงให้นิสัย ไม่พึงให้สามเณรอุปัฏฐาก ไม่พึงรับสมมติเป็นผู้สั่งสอนภิกษุณี แม้ได้รับสมมติแล้ว ก็ไม่พึงสั่งสอนภิกษุณี เป็นผู้ควรชักเข้าหาอาบัติเดิม เพราะอาบัติใด ไม่พึงต้องอาบัตินั้น ไม่พึงต้องอาบัติอื่นอันเช่นกัน ไม่พึงต้องอาบัติอันเลวทรามกว่านั้น ไม่พึงติกรรม ไม่พึงติภิกษุทั้งหลายผู้ทำกรรม ไม่พึงห้ามอุโบสถแก่ปกตัตตะภิกษุ ไม่พึงห้ามปวารณาแก่ปกตัตตะภิกษุ ไม่พึงทำการไต่สวน ไม่พึงเริ่มอนุวาทาธิกรณ์ ไม่พึงยังภิกษุอื่นให้ทำโอกาส ไม่พึงโจทภิกษุอื่น ไม่พึงให้ภิกษุอื่นให้การ ไม่พึงช่วยภิกษุกับภิกษุให้สู้อธิกรณ์กัน ฯ
หมวดที่ ๒
337
ดูกรภิกษุทั้งหลาย อันภิกษุผู้ควรชักเข้าหาอาบัติเดิม ไม่พึงไปข้างหน้าแห่ง ปกตัตตะภิกษุ ไม่พึงนั่งข้างหน้าแห่งปกตัตตะภิกษุ พึงพอใจด้วยอาสนะสุดท้าย ที่นอนสุดท้าย วิหารสุดท้ายของสงฆ์ ที่สงฆ์จะพึงให้แก่เธอ ไม่พึงมีปกตัตตะภิกษุเป็นสมณะไปข้างหน้า หรือตามหลังเข้าไปสู่สกุล ไม่พึงสมาทานอารัญญิกธุดงค์ ไม่พึงสมาทานบิณฑปาติกธุดงค์ และ ไม่พึงให้เขานำบิณฑบาตมาส่ง เพราะปัจจัยนั้น ด้วยคิดว่า คนทั้งหลาย อย่ารู้เรา ฯ